ณ สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ร่วมกับสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง
จัดการประชุมคณะที่ปรึกษา คณะกรรมการ คณะอนุกรรมการ และคณะทำงาน ศูนย์รวมผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีศูนย์ข้อมูล ปัญญาประดิษฐ์ และการจัดการพลังงานอัจฉริยะ ครั้งที่ 4/2569 เพื่อสรุปผลการดำเนินงานภายใต้โครงการ HUB OF TALENT: DATA CENTER, AI AND SMART ENERGY MANAGEMENT โดยมุ่งยกระดับเครือข่ายผู้เชี่ยวชาญให้เป็นกลไกสร้างองค์ความรู้ พัฒนากำลังคน และขับเคลื่อนนวัตกรรมที่ตอบโจทย์เศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมของประเทศอย่างเป็นรูปธรรม นอกจากนี้การเข้าใจและสามารถขับเคลื่อนเทคโนโลยีแห่งอนาคตที่ต้องเติบโตไปพร้อมกับคุณภาพชีวิตของประชาชนารต่อยอดงานวิจัยและนวัตกรรมให้สามารถนำไปประยุกต์ใช้ตอบโจทย์ภาคอุตสาหกรรมและการพัฒนาประเทศ
การประชุมได้รับเกียรติจาก รองศาสตราจารย์ ดร.คมสัน มาลีสี อธิการบดีสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง กล่าวรายงานวัตถุประสงค์และความสำคัญของการประชุม และศาสตราจารย์กิตติคุณ นายแพทย์สุทธิพร จิตต์มิตรภาพ ประธานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม กล่าวเปิดการประชุม โดยชี้ให้เห็นว่าความก้าวหน้าด้าน DATA CENTER, AI AND SMART ENERGY MANAGEMENT ต้องดำเนินควบคู่กัน ตลอดระยะเวลาการดำเนินโครงการ ได้มีการขับเคลื่อนกิจกรรมอย่างต่อเนื่อง ทั้งการประชุมคณะกรรมการ และผู้เชี่ยวชาญ การจัดอบรมเพื่อพัฒนาศักยภาพบุคลากร การจัดเวทีเสวนาและแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ ตลอดจนการสร้างเครือข่ายระหว่างนักวิจัย ผู้เชี่ยวชาญ ผู้ประกอบการ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้เกิดระบบนิเวศที่เอื้อต่อการพัฒนาเทคโนโลยีและกำลังคนของประเทศ
กิจกรรมในวันที่ 10 กันยายน 2569 ถือเป็นอีกหนึ่งหมุดหมายสำคัญของโครงการ โดยเปิดพื้นที่ให้เครือข่าย
ได้ร่วมกัน สรุป และแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ นำเสนอผลลัพธ์จากการดำเนินงาน ตลอดจนกำหนดทิศทางการต่อยอดเครือข่ายในอนาคต เพื่อให้องค์ความรู้ที่เกิดขึ้นจากโครงการไม่สิ้นสุดลงพร้อมกับระยะเวลาการดำเนินงาน
แต่สามารถขยายผลไปสู่ความร่วมมือด้านการวิจัย การพัฒนาบุคลากร และการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีในภาคอุตสาหกรรมได้อย่างต่อเนื่อง
หัวใจสำคัญของ “Dashub” คือการสร้าง คือมิติทางสังคมของ Data Center โครงสร้างพื้นฐานที่ต้องเติบโตอย่างรับผิดชอบ Data Center มิใช่เพียงอาคารจัดเก็บและประมวลผลข้อมูล แต่เป็นโครงสร้างพื้นฐานที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับสิทธิของประชาชน ความมั่นคงของประเทศ คุณภาพสิ่งแวดล้อม และการกระจายโอกาสทางเศรษฐกิจ
เพื่อให้การลงทุนด้านดิจิทัลสร้างคุณค่าทางสังคมควบคู่กับความสามารถในการแข่งขัน ดังนี้
/ความมั่นคง
- ความมั่นคงและอธิปไตยของข้อมูล – ข้อมูลสำคัญของประชาชน ภาครัฐ และธุรกิจต้องได้รับ การคุ้มครอง มีมาตรฐานความปลอดภัย ตรวจสอบได้ และมีแผนรองรับเหตุขัดข้องหรือภัยคุกคามไซเบอร์
- พลังงาน น้ำ และสิ่งแวดล้อมของชุมชน – การใช้ไฟฟ้าและน้ำของ Data Center ต้องไม่เบียด
บังทรัพยากรพื้นฐานของประชาชน ควรเพิ่มพลังงานสะอาด เปิดเผยประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากร และบริหารความร้อน เสียง น้ำทิ้ง และขยะอิเล็กทรอนิกส์อย่างรับผิดชอบ- การเลือกพื้นที่และการมีส่วนร่วม – ควรประเมินผลกระทบต่อชุมชน โครงข่ายไฟฟ้า แหล่งน้ำ การจราจร และความเสี่ยงภัยพิบัติก่อนลงทุน พร้อมเปิดพื้นที่ให้ประชาชนและท้องถิ่นมีส่วนร่วมตั้งแต่การวางแผนจนถึงการติดตามผล
- งานและทักษะสำหรับคนไทย – การลงทุนควรเชื่อมกับการพัฒนาช่างเทคนิค วิศวกร นักวิเคราะห์ข้อมูล ผู้เชี่ยวชาญไซเบอร์ และผู้ประกอบการท้องถิ่น เพื่อให้เกิดงานคุณภาพสูง การถ่ายทอดเทคโนโลยี และการกระจายรายได้ในประเทศ
5. ความเท่าเทียมและความต่อเนื่องของบริการ Data Center ต้องสนับสนุนบริการสาธารณะ
ที่เชื่อถือได้ ทั้งสุขภาพ การศึกษา รัฐบาลดิจิทัล และการเตือนภัย พร้อมช่วยลดช่องว่างการเข้าถึงเทคโนโลยีระหว่างพื้นที่และกลุ่มประชากร
จากผลการดำเนินงานที่ผ่านมา โครงการได้ก่อให้เกิดเครือข่ายความร่วมมือที่สามารถเป็นฐานสำคัญสำหรับการพัฒนากิจกรรมในระยะต่อไป ทั้งในรูปแบบของ Research Collaboration, Talent Development, Knowledge Sharing, Technology Transfer และ Industry – Academia Collaboration ซึ่งจะช่วยยกระดับองค์ความรู้และเพิ่มโอกาสในการสร้างนวัตกรรมที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้จริง นอกจากนี้ผลสำเร็จสำคัญ จากกิจกรรม สู่โครงสร้างพื้นฐานทางความรู้ มีองค์ความรู้ที่ตอบโจทย์สังคม ดังนี้
1. ฐานข้อมูลผู้เชี่ยวชาญ - รวบรวมและเชื่อมโยงผู้มีความรู้ด้าน Data Center , AI และ Smart Energy Management ให้พร้อมสนับสนุนโจทย์วิจัย ภาคอุตสาหกรรม และนโยบายของประเทศ
2. เวทีแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และเครือข่าย - เปิดพื้นที่ให้มหาวิทยาลัย ภาครัฐ ภาคเอกชน และผู้เชี่ยวชาญร่วมสร้างความรู้ แลกเปลี่ยนประสบการณ์ และพัฒนา Community of Practice
3. การอบรมและพัฒนาบุคลากรทักษะสูง - ส่งเสริมการ Upskill/Reskill และ AI Literacy
เพื่อเตรียมกำลังคนรองรับเศรษฐกิจดิจิทัลและเศรษฐกิจสีเขียว
4. โจทย์วิจัยร่วมและแนวทางพัฒนางานวิจัย – เชื่อมความต้องการจริงของสังคมและอุตสาหกรรมกับศักยภาพของเครือข่าย เพื่อต่อยอดสู่นวัตกรรมและการใช้ประโยชน์
5. บทความวิชาการและการเผยแพร่ความรู้ – สังเคราะห์บทเรียนของโครงการเป็นองค์ความรู้ที่
ตรวจสอบ อ้างอิง และสื่อสารแก่ประชาชน ผู้ประกอบการ นักวิจัย และผู้กำหนดนโยบายได้
/การประชุม
การประชุมคณะที่ปรึกษา คณะกรรมการ คณะอนุกรรมการ และคณะทำงาน ศูนย์รวมผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีศูนย์ข้อมูล ปัญญาประดิษฐ์ และการจัดการพลังงานอัจฉริยะ ครั้งที่ 4/2569 นี้จึงมิใช่เพียง “กิจกรรมปิดโครงการ” แต่เป็น จุดเริ่มต้นของการต่อยอดเครือข่าย “Dashub”สู่ความร่วมมือระยะยาว โดยมุ่งให้ประเทศไทยมีระบบนิเวศของนักวิจัย ผู้เชี่ยวชาญ และบุคลากรคุณภาพสูง ที่สามารถร่วมกันขับเคลื่อน Data Center, AI และ Smart Energy Management ให้เป็นหนึ่งในฐานสำคัญของเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมแห่งอนาคต“จากองค์ความรู้ สู่เครือข่าย จากเครือข่าย สู่การสร้างนวัตกรรม และจากนวัตกรรม สู่ขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ”
นี่คือเป้าหมายสำคัญที่ “Dashub” พร้อมเดินหน้าสานต่อ เพื่อให้เครือข่ายที่เกิดขึ้นสามารถสร้างคุณค่า
และผลกระทบเชิงบวกต่อประเทศไทยได้อย่างยั่งยืน





