กรุงเทพฯ, 10 กันยายน 2569 – ดร.สิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ได้มอบนโยบายยกระดับ
ขีดความสามารถของประเทศไทยด้านเทคโนโลยีระบบราง จากการเป็นผู้ใช้เทคโนโลยีไปสู่การมีศักยภาพในการวิจัย
พัฒนา ออกแบบ ผลิต ประกอบ และซ่อมบำรุงภายในประเทศ พร้อมผลักดันงานวิจัยและนวัตกรรมสู่การใช้ประโยชน์
จริง ผ่านความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ผู้ให้บริการระบบราง สถาบันการศึกษา และภาคอุตสาหกรรม ควบคู่กับการพัฒนา
กำลังคน การส่งเสริมผู้ประกอบการไทย และการใช้ผลิตภัณฑ์และชิ้นส่วนภายในประเทศ (Local Content) เพื่อสร้างความ
เข้มแข็งให้แก่อุตสาหกรรมระบบรางและเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจภายในประเทศ
.
การมอบนโยบายดังกล่าวมีขึ้นในโอกาสที่ ดร.สิริพงศ์ พร้อมคณะ เข้าร่วมหารือความร่วมมือและเยี่ยมชมห้องปฏิบัติการและ
ศูนย์ปฏิบัติการที่เกี่ยวข้องกับการคมนาคมขนส่งทางราง ณ อุทยานเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนคร
เหนือ (มจพ.) พร้อมรับฟังศักยภาพด้านการวิจัยและนวัตกรรม ตลอดจนแนวทางความร่วมมือระหว่าง มจพ. และสถาบันวิจัย
และพัฒนาเทคโนโลยีระบบราง (องค์การมหาชน) หรือ สทร. เพื่อเชื่อมโยงนโยบาย องค์ความรู้ งานวิจัย เทคโนโลยี และการ
พัฒนากำลังคน ไปสู่การยกระดับระบบรางและอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องอย่างเป็นรูปธรรม
.
แนวนโยบายดังกล่าวเป็นการต่อยอดจากทิศทางที่กระทรวงคมนาคมได้มอบหมายให้ สทร. เร่งวิจัย พัฒนา และสร้าง
นวัตกรรมเทคโนโลยีระบบราง พร้อมบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อนำผลงานวิจัยและนวัตกรรม
ไปสู่การใช้ประโยชน์จริง รวมถึงสนับสนุนการสร้างฐานการผลิตรถไฟและอุตสาหกรรมระบบรางภายในประเทศ
ขณะเดียวกัน ยังให้ความสำคัญกับการทำงานร่วมกับภาคการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เพื่อร่วมพัฒนาและ
ต่อยอดผลงานวิจัยให้สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้อย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งสอดคล้องกับทิศทางของ ยุทธศาสตร์ด้านเทคโนโลยี
ระบบรางของประเทศ พ.ศ. 2571–2575 ที่คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบเมื่อวันที่ 1 กันยายน 2569 ที่มุ่งเชื่อมโยงการวิจัยและ
พัฒนา การพัฒนากำลังคน การถ่ายทอดเทคโนโลยี มาตรฐาน และการสร้างอุตสาหกรรมระบบรางภายในประเทศให้
ขับเคลื่อนไปในทิศทางเดียวกัน
.
ด้าน ศาสตราจารย์ ดร.ธานินทร์ ศิลป์จารุ อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ กล่าวต้อนรับคณะ
พร้อมนำเสนอศักยภาพของมหาวิทยาลัยในการสนับสนุนการพัฒนาระบบขนส่งทางรางของประเทศ โดย มจพ. มีความพร้อม
ทั้งด้านบุคลากรผู้เชี่ยวชาญ งานวิจัย นวัตกรรม ห้องปฏิบัติการ และเครือข่ายความร่วมมือกับภาคอุตสาหกรรม ซึ่งสามารถ
เชื่อมโยงองค์ความรู้จากมหาวิทยาลัยไปสู่การพัฒนาเทคโนโลยีและการใช้งานจริงได้
.
ภายในงาน ศาสตราจารย์ ดร.สมฤกษ์ จันทรอัมพร รองอธิการบดีฝ่ายวิจัย และ ศาสตราจารย์ ดร.สุชาติ เซี่ยงฉิน ผู้อำนวยการ
อุทยานเทคโนโลยี มจพ. ได้นำเสนอผลงานวิจัย นวัตกรรม และศักยภาพด้านระบบขนส่งทางรางและยานยนต์สมัยใหม่ของ
มหาวิทยาลัย โดยมีผลงานที่เชื่อมโยงกับภาคอุตสาหกรรม อาทิ การพัฒนาระบบรถรางไฟฟ้าไร้คนขับ (Automated People
Mover: APM) โดยใช้ชิ้นส่วนภายในประเทศ ตลอดจนการพัฒนากำลังคนในสาขาที่เกี่ยวข้องกับระบบขนส่งทางรางและยาน
ยนต์สมัยใหม่กว่า 2,000 คนในปีที่ผ่านมา สะท้อนความพร้อมของ มจพ. ในการเป็นหนึ่งในกลไกสำคัญด้านการพัฒนาองค์
ความรู้ เทคโนโลยี และบุคลากรของประเทศ
.
ขณะที่ ดร.เพียงออ เลาหะวิไลย ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีระบบราง ได้นำเสนอแนวทางความร่วมมือ
ระหว่าง สทร. และ มจพ. เพื่อร่วมขับเคลื่อนนโยบายด้านการพัฒนาเทคโนโลยีและอุตสาหกรรมระบบรางไปสู่การปฏิบัติ
โดยนำบทบาทของ สทร. ในการเชื่อมโยงทิศทางนโยบาย ความต้องการของผู้ให้บริการระบบราง และโจทย์จาก
ภาคอุตสาหกรรม มาผนวกกับศักยภาพของ มจพ. ด้านนักวิจัย บุคลากร องค์ความรู้ทางวิศวกรรม ห้องปฏิบัติการ และ
เครือข่ายภาคอุตสาหกรรม เพื่อร่วมกันพัฒนากำลังคน เทคโนโลยี และมาตรฐานที่สามารถตอบโจทย์การใช้งานจริงของ
ระบบราง
.
ความร่วมมือครั้งนี้จึงมุ่งให้เกิดการเชื่อมโยงตั้งแต่ “โจทย์ที่ประเทศและผู้ใช้งานต้องการ” ไปสู่ “การวิจัย พัฒนา และการ
นำไปใช้จริง” โดย สทร. ทำหน้าที่เชื่อมโยงความต้องการจากผู้ให้บริการระบบรางและภาคอุตสาหกรรมกับหน่วยงานที่มี
ศักยภาพในการวิจัยและพัฒนา ขณะที่ มจพ. นำองค์ความรู้ บุคลากร และโครงสร้างพื้นฐานด้านวิจัยเข้ามาสนับสนุนการ
พัฒนา เพื่อให้ผลงานไม่หยุดอยู่เพียงระดับองค์ความรู้หรือต้นแบบ แต่สามารถต่อยอดไปสู่การทดสอบ การรับรองมาตรฐาน
การผลิต และการใช้งานจริงได้
.
ในระยะแรก สทร. และ มจพ. จะมุ่งความร่วมมือใน 3 ประเด็นสำคัญ ได้แก่ (1) การพัฒนาหลักสูตรและกำลังคนด้าน
วิศวกรรมระบบราง โดยเชื่อมโยงความต้องการของผู้ให้บริการระบบรางและภาคอุตสาหกรรมกับการพัฒนาหลักสูตรและการ
ฝึกอบรม เพื่อให้บุคลากรมีสมรรถนะตรงกับการใช้งานจริงและมาตรฐานที่เกี่ยวข้อง (2) การรับและถ่ายทอดองค์ความรู้และ
เทคโนโลยีด้านการออกแบบยานพาหนะระบบราง เพื่อยกระดับขีดความสามารถของบุคลากรไทยด้านการออกแบบทาง
วิศวกรรม และสร้างฐานองค์ความรู้สำหรับการพัฒนาเทคโนโลยีภายในประเทศในระยะยาว และ (3) การยกระดับทักษะและ
มาตรฐานงานเชื่อมสำหรับอุตสาหกรรมระบบราง โดยเฉพาะงานเชื่อมโครงสร้างยานพาหนะระบบราง ให้สอดคล้องกับ
มาตรฐานสากล เพื่อรองรับการผลิต การประกอบ และการซ่อมบำรุงภายในประเทศ
.
การผนึกกำลังระหว่าง สทร. และ มจพ. จึงเป็นการเชื่อมโยงตั้งแต่นโยบาย ความต้องการของผู้ใช้งาน งานวิจัยและพัฒนา
การพัฒนากำลังคน การออกแบบทางวิศวกรรม มาตรฐานและการทดสอบ ไปจนถึงการถ่ายทอดเทคโนโลยีและการใช้
ประโยชน์ในภาคอุตสาหกรรม เพื่อเพิ่มโอกาสให้ผู้ประกอบการและบุคลากรไทยมีส่วนร่วมในห่วงโซ่อุปทานระบบรางมากขึ้น
สนับสนุนการใช้ศักยภาพและเทคโนโลยีภายในประเทศ ตลอดจนสร้างงานและมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ
.
ท้ายที่สุด การพัฒนาเทคโนโลยีและอุตสาหกรรมระบบรางไม่ได้มุ่งเพียงการสร้างขีดความสามารถด้านเทคโนโลยี แต่ต้อง
นำไปสู่ ระบบรางที่มีคุณภาพ ประสิทธิภาพ และความปลอดภัยมากขึ้น พร้อมสร้างบุคลากรที่มีทักษะและเพิ่ม
ความสามารถในการพึ่งพาตนเองของประเทศ เพื่อให้การลงทุนและการพัฒนาระบบรางสามารถสร้างประโยชน์กลับคืนสู่
ประชาชนและเศรษฐกิจไทยได้อย่างยั่งยืน ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายที่เชื่อมโยงการพัฒนาเทคโนโลยีระบบรางกับความ
ปลอดภัย การสร้างฐานการผลิต การจ้างงาน และการพัฒนาอุตสาหกรรมภายในประเทศ
.
ในช่วงท้าย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม พร้อมด้วยผู้บริหาร สทร. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้เยี่ยมชม ศูนย์
ปฏิบัติการเทคโนโลยี นวัตกรรมยานยนต์สมัยใหม่และระบบขนส่งทางราง ณ อุทยานเทคโนโลยี มจพ. รวมถึงผลงานวิจัยและ
นวัตกรรมด้านระบบขนส่งทางราง เพื่อรับทราบศักยภาพด้านโครงสร้างพื้นฐาน งานวิจัย และเทคโนโลยีที่สามารถนำมาต่อ
ยอดความร่วมมือและสนับสนุนการพัฒนาระบบรางของประเทศต่อไป






